การมองเห็นแคบลงทุกวัน ระวังเสี่ยงเป็น “ต้อหิน”

ประชากรไทยกว่าสองล้านคนเป็นโรคต้อหินแต่กลับไม่ค่อยรู้ตัว เรียกได้ว่าเป็นภัยเงียบตัวร้ายทำลายดวงตา เพราะเป็นโรคที่ทำให้สูญเสียการมองเห็นแบบถาวรได้มากที่สุด! โดยส่วนใหญ่แล้วมักเกิดกับผู้สูงอายุเป็นต้นไป ซึ่งในช่วงแรก ๆ จะไม่ค่อยแสดงอาการ พอรู้ตัวอีกทีก็แทบสูญเสียการมองเห็นกันไปแล้ว

“โรคต้อหิน”

“โรคต้อหิน” เกิดจากความเสื่อมของเส้นประสาทตา และที่น่ากลัวนั้นคือ ช่วงแรกของคนที่เป็นโรคต้อหินอาจไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา แต่อาการจะค่อย ๆ สั่งสมมากขึ้นเรื่อย ๆ จนแสดงอาการในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนสูญเสียการมองเห็นไปในที่สุด

สาเหตุของการเกิดโรคต้อหิน

เมื่ออายุมากขึ้น อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายจะเริ่มเสื่อมสภาพลง รวมถึงเซลล์เส้นใยประสาทตาก็เสื่อมตาม จนทำให้เห็นขอบเขตของภาพลดลง เนื่องจากปกติใยประสาทตานั้นทำหน้าที่รับภาพแล้วส่งไปที่สมองเพื่อแปลงออกมาเป็นภาพ แต่เมื่อเสื่อมสภาพลง ก็จะส่งผลต่อขอบเขตการมองเห็น โดยเฉพาะในบริเวณด้านข้าง ด้านบน และด้านล่าง แต่ยังมองเห็นตรงกลางได้ปกติ หลายคนจึงเป็นต้อหินโดยไม่รู้ตัว

อาการเริ่มเป็นต้อหิน

 ระยะเริ่มต้น : การมองเห็นแคบลงเรื่อย ๆ จากด้านนอกเข้าสู่ด้านใน และอาจมีอาการตาพร่ามัวร่วมด้วย

 ระยะบานปลาย : ปวดตารุนแรง ปวดหัว ตาแดง ตาสู้แสงไม่ได้ และร้ายแรงสุดถึงขั้นตาบอด

วิธีรักษาโรคต้อหิน

การรักษาด้วยยา : ใช้ยาหยอดตารักษาต้อหิน มีส่วนช่วยลดการสร้างน้ำและลดความดันในลูกตา เป็นการรักษาในขั้นต้นที่ยังไม่ได้มีอาการรุนแรงมากนัก แต่ต้องรักษาโดยอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

การรักษาด้วยเลเซอร์ : การใช้เลเซอร์จะเหมาะกับผู้ที่รักษาด้วยยาหยอดตาแล้วไม่หาย สามารถใช้วิธีนี้รักษาควบคู่กับการหยอดตาร่วมกันได้เพื่อให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น โดยหลังจากทำเลเซอร์ ผลการรักษาจะคงอยู่ได้นาน 1 – 5 ปี หากกลับมาเป็นอีกสามารถทำเลเซอร์ซ้ำได้

การรักษาด้วยการผ่าตัด : สามารถทำได้สองวิธี ได้แก่ การผ่าตัดเพื่อทำทางระบายน้ำออกมาถ้าหากความดันในลูกตาไม่ลดลง จะใช้การผ่าตัดอีกวิธีหนึ่งโดยการสอดท่อเล็ก ๆ เพื่อระบายน้ำออกจากลูกตา และควบคุมความดันในลูกตา

Message us